32.3 C
Bangkok
25 พฤษภาคม 2022

เก็บคริปโต ได้อย่างปลอดภัย ด้วย 6 วิธีนี้

Must read

เหรียญคริปโต จริง ๆ แล้วไม่ได้ถูกเก็บไว้ในกระเป๋าที่เรามี แต่เป็นเพียงกระเป๋าเงินออนไลน์ (wallet) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง หรือทางผ่าน ที่ทำให้เราสามารถเข้าไปดูข้อมูลและทำธุรกรรมบนบัญชีที่เก็บอยู่บน Blockchain ได้ ทำให้เรา เก็บคริปโต ได้อย่างปลอดภัย

โดยเทคนิคแล้วกระเป๋าคริปโตจะเป็น Software ที่ใช้เก็บกุญแจ (key) ที่เราจำเป็นต้องใช้ เพื่อทำธุรกรรมบนบล็อคเชน โดยกุญแจของกระเป๋าเงิน แบ่งออกเป็นสองประเภท

คือ “Public Key” กับ “Private Key” ซึ่งเป็นชุดรหัสตัวเลขสองชุดที่ไม่ซ้ำกัน ใช้ในการเข้ารหัสและถอดรหัส ซึ่งต้องทำงานร่วมกันในแต่ละกระเป๋า ดังนั้นการ เก็บคริปโต ให้ปลอดภัยจากการถูกแฮก ทำได้ดังนี้

ไม่นำข้อมูลส่วนตัวเผยแพร่ลงบนอินเทอร์เน็ต

การนำข้อมูลส่วนตัว เผยแพร่ลงบนอินเทอร์เน็ตหรือช่องทาง Social Media เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้ง Address หรือ Public Key ที่เป็นเหมือนเลขบัญชีธนาคารของเรา ซึ่งใช้ในการรับเงินเท่านั้น โดยถ้าหากใครที่มี Adress ของเราก็จะสามารถโอนเหรียญมาที่บัญชีของเราได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือในส่วนของรหัสผ่าน ที่ต้องเก็บไว้เป็นความลับเท่านั้น เพราะถ้าหากถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว บัญชีของเราก็จะถูกแฮกได้อย่างง่ายดายนั่นเอง

เลือก Exchang กับ Online wallet ที่เชื่อถือได้

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นผู้เก็บ Private key โดยตรง แต่ Private key จะถูกเก็บโดยผู้ดูแลและผู้ให้บริการ ซึ่งกระเป๋าเงินดิจิทัลในรูปแบบนี้มีความสะดวกต่อผู้ใช้งานมากที่สุด

ดังนั้นผู้ใช้งานเพียงเข้าโดยใช้ Username และ Password เหมือนการใช้บริการเว็บไซต์ทั่วไป แต่ความสะดวกสบายนี้ก็แลกมาด้วยความเสี่ยง เพราะถ้าหากผู้ให้บริการเกิดปัญหาขึ้นมาหรือหนีหาย นั่นหมายความว่ากระเป๋าของเราก็จะเข้าใช้งานไม่ได้ เหรียญคริปโตของเราก็จะสูญหายไปด้วย การเลือก Exchange ที่น่าเชื่อถือจะช่วยให้กระเป๋าเงินของเราปลอดภัยมากขึ้น

Private Key สิ่งนี้คือหัวใจ

Private Key เป็นหัวใจสำคัญของกระเป๋าเงินออนไลน์ เราต้องเก็บรักษาเป็นความลับ ไม่นำไปบอกต่อคนอื่น รวมถึงรหัสผ่านของเราด้วย ซึ่ง Private Key นี้ เป็นเหมือนลายเซ็นของเจ้าของบัญชี ที่สามารถบ่งบอกความเป็นเจ้าของ Wallet นั้น มันเปรียบเสมือนกับรหัสผ่านของ E-Banking ดังนั้น Private Key จึงเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก หากใครรู้ก็สามารถเข้า Account ของเราได้ และในทางกลับกันหากเราลืม Private key เราก็จะไม่สามารถใช้เหรียญใน Address นั้น ๆ ได้อีกเช่นกัน

ลงทุนซื้อ Hardware Wallet

กระเป๋าแบบนี้เป็นกระเป๋าที่มีความปลอดภัยสูงมาก  และผู้ใช้งานจะต้องรับผิดชอบดู Private ของตัวเองด้วย ซึ่งมันมีความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมทางข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่ง Private Key ก็จะถูกเก็บอยู่ในอุปกรณ์พิเศษนี้ และจะทำงานร่วมกันกับ Software บนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ซึ่งจะมีการเชื่อมต่อ internet เฉพาะเมื่อนำมาใช้งานเท่านั้น การทำงานทุกครั้งต้องต่อกับคอมพิวเตอร์หรือมือถือซึ่งจะมี PIN หรือ Password เพื่อยืนยันตัวตนผู้ใช้งานอีกครั้ง แม้เป็นอุปกรณ์เพิ่มเติมที่มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการเก็บในรูปแบบอื่น  ๆ แต่ก็ได้มาซึ่งความปลอดภัยที่มากขึ้น ตัวอย่าง Hardware Wallet ที่เป็นที่นิยม เช่น  Trezor Model T, Ledger Nano S, KeepKey

การเก็บเมล็ดพันธ์เอาใว้ (Seed Recovery)

Seed Phrase คือ ชุดคำศัพท์จำนวน 12 (หรือ 24 คำ) ที่สร้างโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของ Cryptocurrency wallet นั้น  ๆ ใช้เป็นรหัสสำรองสำหรับกู้คืนสินทรัพย์ดิจิทัลในกรณีที่ Wallet (กุญแจ) เสียหายหรือใช้การไม่ได้ เจ้าของสามารถซื้อ Wallet ตัวใหม่ได้ โดยอาศัย Seed phrase เดิมในการกู้ข้อมูล  จึงนิยมเรียกอีกอย่างว่า Seed recovery phrase  และ Backup seed phrase ซึ่งเราควรที่จะจดบันทึกและเก็บ Seed นั้นเอาไว้ให้ดี และต้องไม่หลงลืมด้วยว่ามันถูกเก็บไว้ที่ไหนหากจำเป็นต้องใช้งาน

การมีสติและไม่หลงไปกับการ Scam ทุกรูปแบบ

การหลอกลวงในโลกการลงทุนนั้นมีหลากหลายรูปแบบที่ผู้ไม่ประสงค์ดีมักจะใช้เล่ห์กลและวิธีการต่าง ๆ มาล่อลวงให้นักลงทุนตกเป็นเหยื่อ เช่น การหลอกโอนเหรียญคริปโตไปที่กระเป๋าเงินของมิจฉาชีพ และจะได้รับเหรียญนั้นกลับมาจำนวนมากกว่าเดิม หรือการอ้างว่ามีโปรเจกต์ ICO (Initial Coin Offerings) คือ การระดมทุนอย่างหนึ่งเป็นรูปแบบใหม่เกิดขึ้น  และผู้ที่ลงทุนก่อนจะได้รับผลตอบแทนต่าง ๆ 

กลโกงที่ถูกพบบ่อย คือ Defi rug pulls เป็นกลโกงรูปแบบหนึ่งที่พบได้มากในระบบ DeFi โดยการหลอกให้เงินมาลงทุนไว้ในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล หรือ DEX  (Decentralized Cryptocurrency Exchange)  จากนั้นก็โอนเงินออกไปจนหมด โดยที่ไม่สามารถตรวจสอบหรือติดตามได้ว่าสุดท้ายเงินที่หายไปนั้นไปอยู่ในกระเป๋าใคร

เทคโนโลยีของกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีในแต่ละประเภทก็มีการพัฒนาตลอดเวลา แต่ Hacker หรือกลุ่มคนที่ไม่หวังดีมักจะมีรูปแบบการหลอกลวงที่พัฒนาตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อเราเริ่มตัดสินใจเข้าสู่โลกของคริปโต คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อที่จะดูแลสินทรัพย์ของเราให้ดีที่สุด แล้วสินทรัพย์ของเราก็จะปลอดภัยจากการถูก Hack อย่างแน่นอน

Facebook Comments Box
- Advertisement -spot_img
- Advertisement -spot_img

Latest article